รองเท้านิรภัย (Safety Shoes) ถือเป็นอุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคลพื้นฐานที่พนักงานในโรงงาน คลังสินค้า และไซต์ก่อสร้างต้องสวมใส่ตลอดเวลา การทำความเข้าใจรหัสมาตรฐาน EN ISO 20345:2022 ฉบับล่าสุด จะช่วยให้ฝ่าย จป. และจัดซื้อสามารถเลือกรุ่นที่ตอบโจทย์ความเสี่ยงได้อย่างแม่นยำ
1. ความแตกต่างระหว่างมาตรฐานเดิมและมาตรฐานใหม่ (2022 Update)
• รหัสระดับความปลอดภัย S1P vs S3S: มาตรฐานเดิมมักใช้รหัส S1P และ S3 แต่มาตรฐาน 2022 ได้เพิ่มการจำแนกชนิดแผ่นกันทะลุ โดยแผ่นผ้าถักความแข็งแรงสูง (Non-metallic Textile) จะใช้รหัส S3S หรือ S1PS ซึ่งให้ความยืดหยุ่นสูงและไร้โลหะ 100%
• มาตรฐานกันลื่นระดับ SR (Slip Resistance): ทดสอบบนพื้นกระเบื้องเซรามิกเคลือบน้ำมันกลีเซอรีน ให้ประสิทธิภาพการยึดเกาะเหนือกว่ามาตรฐาน SRA/SRB แบบเดิม
• รหัส SC (Scuff Cap): ยางหรือโพลียูรีเทนหุ้มเสริมบริเวณหัวรองเท้า ป้องกันหนังด้านหน้าฉีกขาดเมื่อต้องคุกเข่าทำงานบ่อยครั้ง
2. ตารางเลือกระดับการปกป้องตามสภาพแวดล้อม
เหมาะสำหรับคลังสินค้า โลจิสติกส์ โรงงานประกอบชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ (ESD) เน้นน้ำหนักเบา ระบายอากาศได้ดี
เหมาะสำหรับงานก่อสร้าง โรงกลั่นน้ำมัน โรงเหล็ก มีคุณสมบัติกันน้ำซึม (Water Resistant) แผ่นกันตะปู และพื้นกันลื่นขั้นสูง
รองเท้าบู๊ต PVC หรือยางหล่อขึ้นรูปชิ้นเดียว กันน้ำและสารเคมี กรด ด่าง 100% พร้อมหัวเหล็กและแผ่นเหล็กกันทะลุ
3. หัวเหล็ก (Steel) vs หัวนาโนคาร์บอน (Nano Carbon / Composite)
- หัวเหล็ก (Steel Toe Cap): แข็งแกร่ง ทนทานต่อแรงกระแทก 200 จูล และแรงกดทับ 15,000 นิวตัน ราคาประหยัด แต่มีน้ำหนักมากกว่าและนำความเย็น/ความร้อน
- หัวนาโนคาร์บอน / คอมโพสิต (Metal-Free): น้ำหนักเบากว่าเหล็กถึง 50% ไม่เป็นสื่อนำไฟฟ้า ไม่เหนี่ยวนำความร้อน สามารถเดินผ่านซุ้มตรวจจับโลหะ (Walk-Through) ได้โดยไม่ต้องถอดรองเท้า เช่น Safety Jogger Modulo Series
สำหรับโรงงานที่มีการเดินทำงานเกิน 10,000 ก้าวต่อวัน ควรเลือกรองเท้าที่มีแผ่นรองพื้นชนิด SJ Foam หรือ Memory Foam และระบบหมุนล็อค Twist Lock System (TLS) เพื่อความกระชับรวดเร็วและลดอาการปวดส้นเท้าเรื้อรัง