การพลัดตกจากที่สูงเป็นสาเหตุอันดับ 1 ของการเสียชีวิตในงานก่อสร้างและงานซ่อมบำรุงโรงงาน ตามกฎกระทรวงกำหนดมาตรฐานการบริหารและการจัดการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงานในที่สูง พ.ศ. 2564 กำหนดให้นายจ้างต้องจัดเตรียมอุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคลที่ได้มาตรฐานสากล
1. มาตรฐานชุดเข็มขัดนิรภัยเต็มตัว Full Body Harness (EN 361 / ANSI Z359.11)
ห้ามใช้เข็มขัดคาดเอวแบบเดิมในงานป้องกันการตกโดยเด็ดขาด เนื่องจากหากเกิดการพลัดตก แรงกระชากจะกดทับอวัยวะภายในช่องท้องจนเกิดการบาดเจ็บรุนแรง ชุด Full Body Harness จะช่วยกระจายแรงกระชากไปยังต้นขา หน้าอก และหัวไหล่อย่างสมดุล
จุดเชื่อมต่อหลักสำหรับยึดเชือกกันตก (Fall Arrest) รับแรงกระแทกในแนวดิ่ง
สำหรับงานพยุงตัว (Work Positioning) ช่วยให้ปฏิบัติงานสองมือได้คล่องตัวบนเสาหรือโครงสร้าง
2. สายช่วยชีวิต Lanyard with Energy Absorber vs รอกกันตกชนิดดึงกลับอัตโนมัติ (SRL)
- เชือกช่วยชีวิตพร้อมตัวดูดซับแรงกระแทก (Energy Absorber): ต้องมีถุงซับแรงเพื่อลดแรงกระชากที่กระทำต่อร่างกายไม่ให้เกิน 6 kN (ประมาณ 600 กก.) แต่ต้องคำนึงถึงระยะตกปลอดภัย (Fall Clearance) อย่างน้อย 5.5-6 เมตร
- รอกกันตกดึงกลับอัตโนมัติ (Self-Retracting Lifeline - SRL): ทำงานคล้ายเข็มขัดนิรภัยรถยนต์ ล็อคทันทีเมื่อเกิดการตกในระยะไม่เกิน 0.5 เมตร เหมาะสำหรับพื้นที่ทำงานที่มีระยะตกปลอดภัยจำกัด หรือบนหลังคาอาคาร
3. การคำนวณและทดสอบจุดยึดเหนี่ยว (Anchor Point)
จุดยึดเหนี่ยวต้องสามารถรับแรงดึงได้อย่างน้อย 5,000 ปอนด์ (22.2 กิโลนิวตัน) ต่อผู้ปฏิบัติงาน 1 คน หรือผ่านการรับรองโดยวิศวกรผู้มีความชำนาญ ห้ามคล้องเข้ากับท่อน้ำ ท่อร้อยสายไฟ หรือโครงสร้างชั่วคราวที่ไม่ผ่านการคำนวณ
ควรทำการตรวจเช็คสภาพสายรัด (Webbing) ตะขอนิรภัย (Snap Hook) และตะขอใหญ่ (Carabiner) ก่อนใช้งานทุกวัน หากพบรอยฉีกขาด รอยไหม้ หรือเคยผ่านการตกมาแล้ว ต้องปลดระวางทันที